มาตรา 51: การรวมธุรกิจ

(MERGERS AND ACQUISITIONS)

นิยามตลาด

“ตลาด” หมายความว่า ตลาดที่เกี่ยวเนื่องในสินค้าหรือบริการชนิดเดียวกันหรือที่สามารถใช้ทดแทนกันได้ โดยให้พิจารณาด้านคุณลักษณะ ราคา หรือวัตถุประสงค์การใช้งานของสินค้าหรือบริการ และด้านพื้นที่ในการจําหน่ายสินค้าหรือให้บริการ

นิยามผู้ประกอบธุรกิจ

“ผู้ประกอบธุรกิจ” หมายความว่า ผู้จําหน่าย ผู้ผลิตเพื่อจําหน่าย ผู้สั่งหรือนําเข้ามาในราชอาณาจักร เพื่อจําหน่าย ผู้ซื้อเพื่อผลิตหรือจําหน่ายต่อซึ่งสินค้า หรือผู้ให้บริการในธุรกิจ

การรวมธุรกิจคืออะไร

  1. การรวมกันของผู้ประกอบธุรกิจ ในลักษณะต่าง ๆ เช่น

1.1 ผู้ผลิตรวมกับผู้ผลิต

1.2 ผู้จำหน่ายรวมกับผู้จำหน่าย

1.3 ผู้ผลิตรวมกับผู้จำหน่าย

1.4 ผู้บริการรวมกับผู้บริการ

  1. การเข้าซื้อสินทรัพย์

2.1 เข้าซื้อสินทรัพย์ของผู้ประกอบธุรกิจอื่น

2.2 ร้อยละสิบห้าขึ้นไปของมูลค่าทรัพย์สินในรอบปีบัญชีของผู้ประกอบธุรกิจอื่นที่ถูกซื้อ

2.3 เพื่อควบคุมนโยบายการบริหารธุรกิจ การอำนวยการ หรือการจัดการ

2.4 มูลค่าทรัพย์สินจะพิจารณาจากมูลค่าทางบัญชี ณ วันที่ตกลงซื้อหรือเข้าซื้อ

  1. การเข้าซื้อหุ้น

3.1 การเข้าซื้อหรือได้มาซึ่งหุ้น ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หรือหลักทรัพย์อื่นที่อาจแปลงสภาพแห่งสิทธิ เป็นหุ้นได้ ณ สิ้นวันใดวันหนึ่ง เพิ่มขึ้นถึงหรือเกินกว่าร้อยละยี่สิบห้าขึ้นไปของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของผู้ประกอบธุรกิจอื่น ที่อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

3.2 การเข้าซื้อหรือได้มาซึ่งหุ้นที่มีสิทธิออกเสียง ณ สิ้นวันใดวันหนึ่ง เพิ่มขึ้นเกินกว่าร้อยละห้าสิบขึ้นไปของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมดของผู้ประกอบธุรกิจอื่น

3.3 การนับหุ้น
– กรณีผู้เข้าซื้อหรือได้มาซึ่งหุ้นเป็นบุคคลธรรมดาให้นับรวมการเข้าซื้อหรือได้มาโดยคู่สมรสด้วย
– กรณีผู้เข้าซื้อหรือได้มาซึ่งหุ้นเป็นนิติบุคคล
    – นับบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่ถือหุ้นในนิติบุคคลผู้ซื้อเกินร้อยละสามสิบของจำนวนสิทธิออกเสียงทั้งหมด
    – นับผู้ประกอบธุรกิจที่มีความสัมพันธ์ทางนโยบายหรืออำนาจสั่งการด้วย

การแจ้งผลการรวมธุรกิจ

ธุรกิจใดบ้างที่ต้องแจ้งผลการรวมธุรกิจ
  • มียอดเงินขายของผู้ประกอบธุรกิจรายหนึ่งหรือรวมกันตั้งแต่ 1,000 ล้านบาท ขึ้นไป
    • นับรวมยอดเงินขายของบรรดาผู้ประกอบธุรกิจที่มีความสัมพันธ์กันทางนโยบายหรืออำนาจสั่งการด้วย
  • ไม่ผูกขาด หรือ เป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาด
  • ยกเว้น การรวมธุรกิจเพื่อปรับโครงสร้างภายในของผู้ประกอบธุรกิจที่มีความสัมพันธ์กันทางนโยบายหรืออำนาจสั่งการ โดยไม่ต้องแจ้งผลการรวมธุรกิจ

            ลิงค์ไปที่ นิยามของผู้มีอำนาจเหนือตลลาด

การแจ้งผลการรวมธุรกิจทำอย่างไร

ผู้ประกอบธุรกิจต้องยื่นเอกสารหลักฐานประกอบการแจ้งการรวมธุรกิจต่อคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าภายใน 7 วันนับตั้งแต่วันที่รวมธุรกิจ ณ สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือจัดส่งทางไปรษณีย์เป็นจดหมายลงทะเบียน

เอกสารหลักฐานประกอบการแจ้งการรวมธุรกิจ
  1. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้ากรณีการควบกิจการ
  2. สำเนาเอกสารที่ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กรณีซื้อหุ้นตามคำเสนอซื้อหลักทรัพย์
  3. สำเนาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการซื้อหุ้นหรือสินทรัพย์ เช่น สัญญาซื้อขาย เอกสารการประเมินราคา
  4. รายงานการประชุมคณะกรรมการบริหารหรือผู้ถือหุ้นครั้งที่มีมติให้รวมธุรกิจของผู้ประกอบธุรกิจแต่ละรายทีรวมธุรกิจหรือเอกสารหลักฐานที่แสดงความประสงค์จะรวมธุรกิจ
  5. รายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการรวมธุรกิจ
  6. รายงานการประชุมประจำปีและงบการเงินปีล่าสุดที่ผู้สอบบัญชีให้การรับรองแล้วของผู้ประกอบธุรกิจแต่ละรายที่รวมธุรกิจย้อนหลัง 3 ปี
  7. สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นของผู้ประกอบธุรกิจแต่ละรายที่รวมธุรกิจทั้งก่อนและหลังการรวมธุรกิจ
  8. หนังสือมอบอำนาจให้ดำเนินการแทน (ถ้ามี)

หมายเหตุ ให้ผู้มีอำนาจลงนามผูกพันนิติบุคคลลงนามพร้อมประทับตราสำคัญของนิติบุคคล (ถ้ามี) ในเอกสารทุกหน้า

การขออนุญาตรวมธุรกิจ

ธุรกิจใดบ้างที่ต้องขออนุญาตรวมธุรกิจ
  • มียอดเงินขายของผู้ประกอบธุรกิจรายหนึ่งหรือรวมกันตั้งแต่ 1,000 ล้านบาท ขึ้นไป
    • นับรวมยอดเงินขายของบรรดาผู้ประกอบธุรกิจที่มีความสัมพันธ์กันทางนโยบายหรืออำนาจสั่งการด้วย
  • อาจผูกขาด หรือ เป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาด

การรวมธุรกิจที่ยอดเงินขายของผู้ประกอบธุรกิจรายใดรายหนึ่งหรือของผู้ประกอบธุรกิจที่จะรวมธุรกิจในตลาดใดตลาดหนึ่งรวมกันตั้งแต่หนึ่งพันล้านบาทขึ้นไป และอาจก่อให้เกิดการผูกขาดหรือการเป็นผู้ประกอบธุรกิจซึ่งมีอำนาจเหนือตลาด

ลิงค์ไปที่ นิยามของผู้มีอำนาจเหนือตลลาด

การขออนุญาตรวมธุรกิจทำอย่างไร
  • การยื่นขออนุญาตรวมธุรกิจ

            ให้ผู้ประกอบธุรกิจที่จะกระทำการรวมธุรกิจอันอาจก่อให้เกิดการผูกขาดหรือการเป็นผู้ประกอบการที่มีอำนาจเหนือตลาด ยื่นคำขออนุญาตพร้อมเอกสารหลักฐานประกอบ โดยสามารถยื่นได้ด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมาดำเนินการแทน ณ สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า โดยจะต้องชำระค่าธรรมเนียมตามอัตราที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

  • การรับคำขออนุญาตรวมธุรกิจ

            สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าจะมอบหลักฐานซึ่งระบุเลขที่การรับคำร้องขอเพื่อให้ผู้ยื่นคำขอใช้ติดตามการดำเนินการต่อไป ภายหลังผู้ประกอบธุรกิจที่จะรวมธุรกิจได้ยื่นเอกสารและชำระค่าธรรมเนียมเรียบร้อยแล้ว

  • ขั้นตอนการพิจารณาอนุญาตการรวมธุรกิจ
  1. เลขาธิการเสนอคำขออนุญาตรวมธุรกิจต่อประธานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับคำขออนุญาตเพื่อเสนอคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าพิจารณาต่อไป
  2. คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าอาจขอข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ประกอบธุรกิจที่จะขออนุญาตรวมธุรกิจโดยอาจทำเป็นหนังสือเรียกข้อมูลหรือเชิญผู้ขออนุญาตมาชี้แจงก็ได้
  3. คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าอาจมีหนังสือเชิญบุคคลมาให้ความเห็นและข้อมูล เพื่อประกอบการพิจารณาก็ได้
  4. ให้คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าดำเนินการพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับนับแต่วันที่ได้รับคำขอ และในกรณีมีความจำเป็นที่ไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา ให้ขยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกินสิบห้าวัน โดยบันทึกเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องขยายเวลาไว้ในการพิจารณาวินิจฉัยด้วย
  • ประเด็นพิจารณาอนุญาตการรวมธุรกิจของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า
  • ความจำเป็นตามควรทางธุรกิจ
  • ประโยชน์ต่อการส่งเสริมการประกอบธุรกิจ
  • การไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง
  • การไม่กระทบต่อประโยชน์สำคัญอันควรมีควรได้ของผู้บริโภคส่วนรวม
  • กรณีฝ่าฝืนการอนุญาตให้รวมธุรกิจ

ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตให้รวมธุรกิจมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติดำเนินการตามระยะเวลาและเงื่อนไขที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ให้คณะกรรมการมีอำนาจเพิกถอนคำสั่งอนุญาตทั้งหมดหรือบางส่วน โดยจะกำหนดระยะเวลาให้ปฎิบัติไว้ด้วยก็ได้

เอกสารหลักฐานประกอบการขออนุญาตรวมธุรกิจ
  1. แผนการรวมธุรกิจและระยะเวลาดำเนินการ
  2. รายละเอียดเกี่ยวกับผู้ประสงค์รวมธุรกิจและผู้ถูกรวมธุรกิจ ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย โครงสร้างผู้ถือหุ้น สิทธิออกเสียง ยอดขาย ส่วนแบ่งตลาด
  3. ผลการศึกษาและการวิเคราะห์การรวมธุรกิจ ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยเอกสารดังต่อไปนี้
    1. การวิเคราะห์โครงสร้างผู้ถือหุ้น อำนาจควบคุมของผู้ประสงค์จะทำการรวมธุรกิจเพื่อพิจารณาความสัมพันธ์ทางนโยบายหรืออำนาจสั่งการก่อนและหลังรวมธุรกิจ
    2. การวิเคราะห์โครงสร้างตลาดสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้องกับผู้ประสงค์รวมธุรกิจเพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นภายหลังรวมธุรกิจ อย่างน้อยต้องประกอบด้วยข้อมูลผลการวิเคราะห์ ดังนี้
      1. การวิเคราะห์โครงสร้างตลาดก่อนและหลังการรวมธุรกิจ
      2. การกำหนดขอบเขตตลาด
    3. ส่วนแบ่งตลาดของผู้ประสงค์รวมธุรกิจทั้งก่อนและหลังการรวมธุรกิจ
    4. ยอดเงินขายของผู้ประสงค์รวมธุรกิจทั้งก่อนและหลังการรวมธุรกิจ
    5. การประเมินผลกระทบต่อการแข่งขันภายหลังการรวมธุรกิจ ในประเด็นดังต่อไปนี้
      1. การกระจุกตัวในตลาด
      2. การเข้าสู่ตลาดของผู้ประกอบธุรกิจรายใหม่และการขยายการผลิตของคู่แข่งในตลาด (Entry and Expansion) โดยพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น กฎหมายและระเบียบของรัฐ ต้นทุนการขนส่งการเข้าถึงสิทธิบัตรในเทคโนโลยีเดิม การเข้าถึงวัตถุดิบหรือสิ่งที่จำเป็นอื่น ๆ เป็นต้น
      3. ผลกระทบต่อการแข่งขันจากผู้ประกอบธุรกิจที่รวมธุรกิจ (Non-Coordinated Effect) หมายถึง ผลกระทบที่เกิดจากผู้ประกอบธุรกิจที่รวมธุรกิจ (Merged Entity) สามารถทำกำไรเพิ่มขึ้นจากการขึ้นราคาหรือลดคุณภาพของสินค้าเนื่องจากการแข่งขันที่ลดลง
      4. ผลกระทบต่อการแข่งขันที่เกิดจากการร่วมมือกัน (Coordinated Effect) หมายถึง ผลกระทบที่เกิดจากการรวมธุรกิจซึ่งอาจเพิ่มความเป็นไปได้ที่ผู้ประกอบธุรกิจจะร่วมมือกันขึ้นราคาสินค้าภายหลังการรวมธุรกิจ
      5. ผลกระทบต่อประโยชน์โดยรวมทางเศรษฐกิจและผู้บริโภค
      6. ผลกระทบด้านอื่น ๆ ที่อาจส่งผลต่อการแข่งขันในตลาด (ถ้ามี)
  4. ผลการประเมินประสิทธิภาพของตลาดภายหลังจากการรวมธุรกิจ
  5.  ผลการศึกษาและวิเคราะห์ปัจจัยตามหลักการพิจารณาของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า
    1. ความจำเป็นตามควรทางธุรกิจและประโยชน์ต่อการส่งเสริมการประกอบธุรกิจ
    2. ผลกระทบความเสียหายต่อเศรษฐกิจ
    3. ผลกระทบต่อประโยชน์สำคัญอันควรมีควรได้ของผู้บริโภคส่วนรวม

แบบคำขออนุญาต

  • แบบคำขออนุญาตรวมธุรกิจ ตามประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าเรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาตและการอนุญาตการรวมธุรกิจ พ.ศ. 2561
  • แบบแจ้งการรวมธุรกิจ ตามประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การแจ้งผลการรวมธุรกิจ พ.ศ. 2561

บทลงโทษ

  • ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจไม่แจ้งผลการรวมธุรกิจ ภายใน 7 วันหลังการรวมธุรกิจ ต้องชำระค่าปรับทางปกครองในอัตราไม่เกิน 200,000 บาท และปรับอีกในอัตราไม่เกิน 10,000 บาท ต่อวัน ตลอดเวลาที่ฝ่าฝืนอยู่
  • ในกรณีที่ผู้ประกอบธุรกิจที่ไม่ขออนุญาตก่อนรวมธุรกิจ จะมีโทษปรับในอัตราไม่เกิน 0.5% ของมูลค่าในการรวมธุรกิจ
Skip to content